all-entries-here

โอมายฯ..มันมีสองขีด!!

posted on 21 Feb 2008 01:05 by lucyandtumnus  in all-entries-here

 

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภา 2008
~วั น แ ร ก ที่ รู้ ตั ว ว่ า ท้ อ ง~

เช้าตรู่..ฉันตื่นขึ้นมาตรวจสอบการตั้งครรภ์ด้วยอุปกรณ์ตรวจเองที่บ้าน
(ในเอกสารเขาบอกว่าควรใช้ปัสสาวะตอนเพิ่งตื่น) แต่ความจริงแล้ว
ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองท้องตั้งแต่วันที่ 10 แล้วเพราะวันนั้นประจำเดือน
เพิ่งขาดไปเป็นวันแรก และแม้ว่าตามทฤษฎีแล้วมันอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ
ที่ไม่ใช่การตั้งครรภ์ก็ได้ แต่ฉันคิดว่าตัวเองท้องแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เพราะ
ประจำเดือนของฉันมันมาสม่ำเสมอตลอดชีวิตค่ะ ด้วยกำหนดการของมันนั้น
มีเสถียรภาพยิ่งกว่าระบบปฏิบัติการแม็คอินทอช และเครื่องยนต์ของรถยุโรป
รวมกันซะอีก ฮ่าๆๆ

ฉันมองโลกด้วยจังหวะชีวิตบางอย่างที่แม้จะไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์เอาเลย
แต่มันคือสมดุลจักรวาลอันมีเหตุและปัจจัยในการส่งแรงกระทำ จนได้ผลออกมา
เป็นสมการบางอย่างที่มันกระทบชิ่งกันไปมาอีกที คล้ายกับที่ลูกสนุ๊กกลมๆสีแดง
ที่โดนลูกขาวกลิ้งมาชนจนกระจายเต็มโต๊ะเพราะเนื่องจากมีคนเอาไม้คิวมายิง
กระแทกมันอย่างแรงตอนเปิดเกมส์นั่นแหละ

กล่าวคือ..การกระทำอย่างหนึ่งย่อมมีผลมาจากการกระทำก่อนหน้า
ไม่ว่าจะจากตัวเอง คนอื่น หรือสิ่งแวดล้อมทั้งหมดล้วนแล้วแต่สัมพันธ์กันทั้งนั้น
ฉันเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่จะตัดสินใจทำบางอย่างเพราะคิดขึ้นเอาเองคนเดียวล้วนๆ


ทำไมฉันถึงรู้ว่าตัวเองท้อง?

สิ่งเหล่านี้เป็นที่สังเกตของฉันและฉันไม่อยากลืมค่ะ
จึงขอบันทึกเอาไว้และมันคือที่มาของเอนทรีนี้นั่นเอง

  • ฉันคิดมานานแล้วว่าหนังสือเล่มแรกที่ฉันเขียนมาแรมปีที่กำลังจะ
    เสร็จสมบูรณ์ในเร็ววันนี้ ถ้าฉันทำมันได้สำเร็จนั่นหมายถึงว่า ก้าวแรก
    ของความมั่นใจในชีวิตฉันจะเกิดขึ้นทันที และฉันสังหรณ์ใจว่าถ้า
    วันนั้น(ซึ่งก็คือวันนี้)ได้มาถึง ฉันอาจจะท้องไปเลยก็ได้ เพราะฉันมี
    ความพร้อม(อยู่บ้าง)แล้วที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองและชีวิตน้อยๆ
    ที่รอจะมาเกิดกับฉัน


  • พ่อของเด็กได้รับการทาบทามให้รับตำแหน่งที่ไม่คาดฝัน มันเป็น
    ความลับบอกได้แค่ว่าทำงานอยู่ในรัฐสภาเชียว ซึ่งปีนี้..ตามคำ
    ทำนายทางโหราศาสตร์ที่ฉันเองเป็นหมอดู(สมัครเล่น)จะเป็นปีที่ดี
    ที่สุดของผู้ชายคนนี้ค่ะ โดยมันได้ส่อเค้าลางมาตั้งแต่ปีใหม่แล้ว
    และนี่เป็นก้าวที่ทุกคนรอบๆข้างฉันถึงกับเอ่ยปากว่า พอพ่อได้
    ตำแหน่งปุ๊บ..ลูกก็มาพอดีเลยนะ อะไรจะขนาดนั้นวะ

    ที่แน่ๆ มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะเนี่ย..?
    โชคดีก็โชคดีไปเส่ะทำไมต้องมาทำชั้นท้องด้วยอะ เฮ้อ


  • ก่อนหน้านี้ฉันเก็บลูกสุนัขข้างถนนมาเลี้ยงสองตัวด้วยเพิ่งมีบ้านใหม่ เลยอยากทำบุญแบ่งๆพื้นที่ในสวนกว้างๆให้เพื่อนร่วมโลกได้อยู่..
    ได้กิน.. ได้วิ่งเล่น ได้รับความรักจากฉันบ้างเท่านั้นเอง แต่ความเชื่อ
    โบราณบอกว่าทำแบบนี้ลูกเค้าจะอิจฉาแล้วก็จะมาเกิดค่ะ ซึ่งมุกนี้มัน
    ใช้กับคนมีบุตรยากมิใช่เหรอ ฉันไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย


  • ช่วงที่"เป็นเหตุให้ตั้งครรภ์"นั้น ฉันรู้ตัวนะว่าวันนั้นแน่ๆที่ทำให้มีวันนี้..
    ก็คือมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้ฉันคิดเรื่องแต่งงานกับผู้ชาย-
    คนที่เป็นพ่อเด็กค่ะ ทั้งๆที่ร่วม 4 ปี ฉันไม่เคยยอมรับเขาเป็นแฟนเลย
    แต่ด้วยช่วงที่ผ่านมาไม่นาน..ฉันคิดจริงจังแล้วที่จะแชร์ชีวิตที่เหลือกับเขา
    ถึงขนาดเอ่ยปากพูดเรื่องแต่งงาน และแล้วเขาก็ทำให้ฉันลังเล(อีกครั้ง)
    ก็เลยพับโครงการไปก่อน รอดูกันใหม่อีกที ซึ่งฉันก็ไม่คิดเลย..ว่าวันนั้น
    คิดแค่นิดเดียวทำไมมันส่งผลให้เรื่องนี้มันเป็นจริงเป็นจังไปได้ขนาดนี้วะ
    น่ากัวจิงๆ


  • สัปดาห์ที่แล้วในขณะที่ฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองท้อง ฉันไปเดินเล่นซื้อของ
    ในซูเปอร์มาร์เก็ตโมเดิร์นเทรดแห่งหนึ่งแถวบ้าน พบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
    ที่โคตรเหมือนฉันตอนอายุ12ขวบเลย เธอเพิ่งพลัดหลงกับครอบครัว
    แล้วบังเอิญเดินเป๋ไปเป๋มาจนชนฉัน เธอเงยหน้ายิ้มให้ฉันหัวเราะแหะแหะ

    ฉันมองหน้าเด็กคนนี้ด้วยความตกใจพลางกอดเธอแล้วพูดว่า อุ๊ยตายแล้ว
    หน้าเหมือนเราตอนเด็กมากๆเลย นี่เด๋วโตขึ้นมาหน้าตาหนูจะเป็นแบบพี่นะ
    ดีใจมั๊ย?(แน่ะ ไปล็อคคอเด็กตอบอีก) ซึ่งเด็กคนนั้นโดนฉันล็อคคออยู่จริงๆ
    ก็เลยต้องตอบว่า ดีใจค่ะ... ฉันก็ร้องเย้ๆน้องเค้าดีใจก็แสดงว่าฉันสวย
    จึงปล่อยน้องเขาไปได้ค่ะ ว่าไปนั่น


  • ก่อนหน้าที่จะเจอน้องคาร์ฟูร์คนตะกี้ประมาณสองสามวัน ฉันกลับไป
    เยี่ยมพ่อที่บ้านเก่า พอเข้าไปถึงห้องอาม่าที่เป็นอัมพาตพูดไม่ได้และ
    จำใครไม่ได้เลย จู่ๆวันนั้นอาม่ากลับยกขาขึ้นมาเตะฉันถี่ๆเหมือนจะ
    ทักทายฉันอย่างแรงประมาณ 7-8ครั้ง จนฉันแอบดีใจว่า อะนี่..สงสัย
    จำเราได้อะเด่ะทักใหญ่เลยนะ(พูดไม่ได้เตะมึงก็ยังดี) หลังจากเตะไป
    เซ็ตนึงแล้ว อาม่าก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่แขนขาไม่ขยับและสายตา
    เลื่อยลอยจำใครไม่ได้ค่ะ

    สองสัปดาห์ต่อมาพอประจำเดือนขาดไปวันแรก ฉันนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
    ทันทีเลย ว่าที่แท้อาม่าก็ทักว่าแกจะมีเหลนรึนี่ ..แม้อาม่าจะมีเหลนอยู่
    หลายคนแล้วแต่ฉันคิดว่าฉันเป็นหลานคนสำคัญของอาม่านะ เพราะฉัน
    เกิดจากลูกชายคนโปรดของท่านค่ะ เรื่องนี้แปลกและซาบซึ้งใจมากๆเลย


+นอกนั้นก็เล็กๆน้อยๆที่ฉันไม่นับค่ะ
แค่ 5-6 ข้อนี้ก็มหัศจรรย์มากมายสำหรับฉันแล้ว

กลับมาที่ถาดตรวจการตั้งครรภ์ในเช้าวันนั้น.. พอเห็นว่าขีดที่ตัว T มันแดงขึ้นมา
ฉันก็อึ้งไปนิดๆนะ กว่าจะทำอะไรในห้องน้ำให้เรียบร้อยเหลือบไปเห็นอีกทีมันก็
ขึ้นมาสองขีดชัดๆแล้วล่ะค่ะ ฉันงึมงัมในคอเบาๆว่า"โอมายก้อด"... แล้วออกจาก
ห้องน้ำปลุกพ่อเด็กให้ดูผลงานของเค้าทันที

เราดีใจกันนะคะ ฉันเองก็มองอนาคตว่าภาระใหญ่หลวงกำลังก่อตัวขึ้น และรอ
ฉันอยู่ หนักใจนิดๆแต่ก็ไม่มาก กลัวแน่นอนเพราะฉันยังไม่เคยมีลูกนี่คะ แล้ว
ความพร้อมของฉันมีแค่ไหนกัน..ไอ้พร้อมมันก็ไม่มากนักหรอก แต่ก็ไม่ถึงกับ
ไม่พร้อม... ฉันมีบ้านของตัวเองแล้ว กำลังจะมีอาชีพและบทบาทที่เป็นก้าว
สำคัญของชีวิต ผู้ชายที่คบกันมาก็เป็นคนดีค่ะแม้เขาจะไม่เหมือนที่ฉันฝันไว้
และไม่ถูกใจฉันซักอย่าง แต่ไม่นานมานี้ฉันก็พบว่า"เรามีอุดมการณ์บางอย่าง
ร่วมกัน"และมันทำให้ฉันอบอุ่นใจมาก ซึ่งเขาเป็นคนที่มีความสามารถชนิดที่หา
ตัวจับได้ยากเลยเชียว(ข้อดีค่ะ..ข้อดี 555)

ต่อมาเรามีภูมิหลังที่คล้ายกันมาก คือเป็นคนแบบพิเศษที่หาไม่ได้ตาม
ท้องถนนน่ะค่ะ(เหอเหอ) ระดับฐานะ การศึกษาและวุฒิภาวะก็เท่าเทียมกัน
อีกอย่าง..ปีนี้ฉันจะอายุ32แล้ว ถ้าไม่ท้องตอนนี้จะไปท้องตอนไหนล่ะคะ

ที่แน่ๆคือฉันต้องบอกตัวเองว่า..เราไม่ใช่เด็กๆเหมือนอย่างที่เรารู้สึกอีกต่อไปแล้วล่ะ


โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ขอตัวคนท้องไปพักผ่อนก่อนนะ

=ขอบคุณที่อ่านจ้ะ=