ไม่รัก..ก็ต้องรัก
posted on 09 Jun 2008 18:33 by lucyandtumnus in all-entries-here
วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน 2008
. ." ฉั น ไ ด้ ลู ก ช า ย ค่ ะ ". .
สวัสดีค่า เผลอแป๊บเดียว..ฉันก็ท้องได้ 5เดือนแล้ว
ตอนนี้ท้องป่องแล้ว เจ้าหนูก็เตะแม่ได้แล้วนะคะ..
เมื่อคืนนี้เอง ที่เค้าเตะมือพ่อกับแม่ที่กำลังลูบเค้าอยู่
แถมยังสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้วยว่าตอนที่เค้า
เตะแม่..ผิวบริเวณท้องกระตุกเลย เราตื่นเต้นกันใหญ่..
แล้วเค้าก็ซนมากด้วย เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่เค้าเตะแม่
ทั้งคืนเลยค่ะ

เอนทรีนี้.. กล่าวถึงพ่อเด็ก[ในท้องของเจ้าของบล็อก..]
ฉันขออุทิศมันให้กับบรรดา soulmate ทุกแขนงในทุกๆ
ชาติภพนี้ของฉันด้วยค่ะ
.....................................................................
ถ้าจะกล่าวถึง step ในเรื่องของความรักที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
หรือก้าวต่อไปของผู้หญิงวัยฉันแล้ว เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ น่าจะ
เป็นเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่ง เพียงแต่..จะมีสักกี่คนล่ะที่จะได้โพสต์
ให้คนอื่นได้อ่าน?
ทั้งนี้ ต้องขอบคุณ..คุณบราวอชเชอร์[อีกครั้งและอีกครั้ง]
ในฐานะผู้ตั้งข้อสังเกตต่อการบอกรักของฉันผ่านสาธารณชน
ในเอนทรีวันเกิดของบล็อกตามอารมณ์อีกบล็อกหนึ่งของฉัน
ก่อนหน้านี้ฉันเคยบอกว่าไม่ได้รักชายคนที่เป็นพ่อของลูกฉัน
จริงค่ะ หลักฐานมีอยู่และมันก็เป็นความจริง แม้ในปัจจุบันฉันก็ยอม
รับว่า"ไม่ได้รัก"เขา (แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะ"รัก"ด้วย???
)
.....................
นิยามคำว่า"รัก"ของฉัน มันคือการที่เราสองคนจะต้องclickกัน
เท่านั้น กล่าวคือ มองตากันก็รู้ใจ มีพื้นฐานความคิดและความ
ละเอียดอ่อนในระดับเดียวกัน ฉันเข้าใจเค้าและเค้าก็เข้าใจฉัน
โดยที่เราไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมาย ..ซึ่งฉันเคยพบคนที่
เป็นแบบนี้ได้อยู่บ้าง.. เพียงแต่เขาเป็นเพื่อน เป็นน้องสาว เป็น
คนรู้จัก ฯลฯ แต่กระนั้นเลยฉันก็ย่อม"คิด"ว่าคนแบบนี้หาได้ไม่
ยาก และคงต้องมีสักคน ที่มาพร้อมกับความสัมพันธ์ฉันท์สามี
ได้ในวันหนึ่ง มันก็เท่านั้นเอง
ซึ่งกับพ่อเด็กแล้ว เขาไม่มีคุณสมบัติแบบใน"มโนคติ"
ที่ฉันเคย"คิด"เอาไว้เลย
ฉันไม่ยอมรับ"ความรักที่มาจากเหตุผล"ค่ะ เช่นว่าฉันจนแต่เขารวย..
ฉันจึงรักเขาเพราะเมื่ออยู่กับเขาแล้วฉันมีชีวิตที่สุขสบายขึ้น.. หรือ..
เขาเป็นคนดีและฉันอายุมากแล้ว..สมควรที่จะมีคู่ครอง ฉะนั้นฉันจึง
รักเขา...อะไรแบบนั้น

ไม่เอาล่ะค่ะ ฉันโกหกตัวเองแบบนั้นไม่ได้ และชีวิตฉันก็ไม่ได้ขาด
สิ่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย ซึ่งพ่อของเด็กในท้องฉันคนนี้ เขาเข้ามาใน
ชีวิตฉันเพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้ click กับเขา แต่ทำไมไม่ทราบ เรา
กลับมี"เหตุผล"บางอย่างที่จะต้องอยู่ด้วยกัน.. ซึ่งมันก็ไม่ได้จะตรง
ไปตรงมาดังว่าเขารวยหรือเขาเป็นคนดีนะคะ มีสิ่งซับซ้อนเกิดขึ้นกับ
เรามากมายแต่ที่สำคัญคือ.. ฉันตั้งท้องเจ้าหนูคนนี้กับเค้า
ฉะนั้น..ฉันต้องรักเขาเพราะเหตุผลสำคัญนี้หรือไม่คะ?
.....
หลายคนมักให้ความสำคัญกับการที่ตัวเองจะต้องสมหวังในความรัก
จนมากเกินไป แต่กับฉัน..ฉันต้องการแยกแยะให้ออกมากกว่า ว่ามัน
อาจมีเหตุผลที่ดีที่ฉันควรอยู่กับเขาก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าพอท้องแล้วฉัน
ต้องรัก ต้องบอกว่าคนนี้คือเนื้อคู่ และต้องแต่งงานอย่างมีความสุขสม
หวัง เพราะทั้งหมดนี้ มันแค่เกิดขึ้นหลังจากการตั้งท้องเด็กคนหนึ่งตาม
ธรรมชาติเท่านั้นเองนะคะ ซึ่งใครจะโกหกโลกใบนี้ก็เชิญ แต่ฉันเถรตรง
มากกว่าที่จะโกหกแม้กระทั่งตัวเอง ฉะนั้น กระบวนการพิสูจน์โชคชะตา
ของฉันยังต้องดำเนินต่อไป ฉันยังคงระลึกได้เป็นอย่างดี..ว่าพ่อเด็กไม่
ใช่คนที่ click กับฉัน แม้เรายังต้องร่วมทางเดินชีวิตอยู่ด้วยกันก็ตาม
...ฉันยังคงไม่สมหวังกับความรัก แต่ฉันก็กล้าหาญ
พอที่จะยอมรับและอยู่กับมันได้... มันก็แค่นั้นล่ะค่ะ
ความรัก..เป็นเรื่องของอารมณ์และจิตใจ
ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ชั่ววูบที่เป็นผลมาจากกลไกตามธรรมชาติ
ฮอร์โมน หรือฟิโรโมนแต่อย่างใดนะ แต่เป็นการที่หัวใจสามารถ
สัมผัสได้ว่าคนนี้คือคนที่ใช่โดยปราศจากสิ่งเจือปน
ซึ่งพ่อเด็กเขา"ไม่ใช่"น่ะค่ะ เพราะฉันทราบดีว่าหัวใจของฉันจะ
สามารถบอกได้โดยปราศจากความสับสนใดๆเสมอมา แต่หาก
ว่ามีความไม่แน่ใจเกิดขึ้นว่ามันใช่ หรือไม่ใช่ แล้วล่ะก็.. แสดง
ว่ามันเป็นเพียงการทำงานของสมองไม่ใช่หัวใจค่ะ
กล่าวคือ..อย่างที่ทราบกันดีว่าถ้าใช่ก็ต้องสามารถรู้ได้ตั้งแต่แรก
แล้วว่าใช่นั่นแหละค่ะ...

ทางเดินชีวิตที่ต้องมีเขาร่วมไปด้วย
เป็นเวลาหลายปีแล้ว ที่เราไม่สามารถแยกจากกันได้เลย เพราะ
ตั้งแต่ได้พบเขา เราสองคนเหมือนกับเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันที่สุด
เป็นเหมือนคนในครอบครัวเราที่มีสายใยรักด้วยขาดกันไม่ได้ ราว
กับเค้าเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อน.. ฉันรักเขาแบบนั้นเสมอมา และด้วย
เหตุผลนี้มันละลายความแข็งแกร่งในใจฉันไปได้บ้าง บางครั้งฉันก็
ใจอ่อนค่ะ แล้วก็มีบางคราวที่ฉันเกือบจะยอมแพ้ ด้วยการเริ่มคิด..
ที่จะอยู่กับเขาด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้.. ซึ่งในช่วงเวลาสั้นๆขณะนั้น
นั่นเองที่ฉันตั้งท้องเด็กคนนี้ขึ้นมา และนี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ฉันต้อง
ทบทวนอย่างหนัก... ว่าฉันจะทำอย่างไรต่อไปกับหัวใจของฉันดี
ฉันไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน"ใคร"
แน่นอนว่าความสัมพันธ์ในช่วงแรกเริ่มนั้น..เราตกลงคบกันเป็นแฟน
ด้วยผ่านไปหลายปีที่ศึกษากันและกัน ฉันเป็นฝ่ายเดียวที่คิดว่า..เรา
ไปกันไม่ได้ เพียงแต่ความรักดังย่อหน้าเมื่อกี้ทำให้เรายังพบกันและ
ช่วยเหลือกันอยู่ แต่โดยที่ตลอดเวลาในระยะหลังฉันไม่แคร์เลยว่าจะ
ต้องเลิกพบเขาให้ได้หรือจะปล่อยให้เราเจอกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉัน
ยอมแพ้ให้แก่ชะตาชีวิต ที่ต้องมีเขาร่วมทางแล้วอย่างสิ้นเชิง ฉันยอม
ให้เขาเข้ามาอยู่ในชีวิตฉันอีกครั้ง โดยแค่บอกกับตัวเองว่า"ไม่เป็นไร"
คนนี้ไม่ใช่ ไม่ถูกใจ เพียงแค่เรารอเวลาที่ทางแยกของเรามาถึง รอให้
ชีวิตเดินทางมาถึงทางเลือกอื่นๆที่ไม่จำเป็นต้องมีเขา ฉันก็จะไปตาม
ทางนั้นและมันก็จะจบไปเอง เพราะฉันมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนนั้นของฉัน
และฉันก็ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนคนที่อยู่กับฉัน ให้เป็นคนแบบที่ฉันอยาก
อยู่ด้วย.. ฉันไม่คิดเปลี่ยนเขาเป็นคนอื่นหรอกค่ะ..เขาก็เช่นกัน
ฉันยังเชื่อในความรัก
กับคนที่ใช่..ฉันก็ยังคิดว่าฉันมีเขาอยู่ที่ใดในโลกนี้ และรอที่จะพิสูจน์ว่า
ในชีวิตนี้จะได้พบกับเขาไหม เพียงแต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้วค่ะ
เพราะฉันให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นมากกว่าเสียแล้ว นั่นก็คือเจ้าหนูน้อยที่
แสนน่ารักในท้องของฉัน ขณะนี้เด็กคนนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน
ในชีวิตนี้ ฉันได้มอบทั้งหมดของชีวิตให้หนูน้อยคนนี้ไปแล้ว ฉันรักเด็กคนนี้
จนหมดหัวใจ รักมากกว่าตัวเองอีกค่ะ ฉะนั้น..กับแค่ความสุขที่จะได้พบ"คน
ที่ใช่"แล้ว มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย เพราะมันเป็นเพียงความสุขส่วนตัว
ของฉันคนเดียวเท่านั้น ซึ่งฉันก็คงจะไม่สุขเท่ากับการที่ได้เห็นคนที่ฉันรักที่
สุดในโลกมีความสุขจากการถูกรักและได้อยู่กับคนที่รักเขาหรอกค่ะ
ลูกคงมีความสุขมากที่ได้รับความรักจากฉันและพ่อของเขา.. เด็กคนนี้เกิด
มาพร้อมด้วยความรักจากคนถึงสองคน เขามีทั้งพ่อและแม่.. ซึ่งเขาคงจะมี
ความสุขที่สุดถ้าพ่อกับแม่ที่รักเขามีความรักให้กันและกันด้วย
ดังนั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับความสุขส่วนตัวไร้สาระของฉัน.. สิ่งที่ฉันตัดสินใจ
ก็เพียงเพราะว่าอยากเห็นคนที่ฉันรักมีความสุข และฉันก็แค่มีความสุขที่ยิ่งกว่า

......
ฉันเริ่มยอมรับความสุขนี้แล้วล่ะ แม้พ่อของเด็กจะไม่ใช่"คนที่ใช่"ของฉัน
แต่ฉันก็รักเขาในฐานะ"พ่อของลูกฉัน" ฉันกำลังจะได้เห็นผู้ชายดีๆคนหนึ่ง
ได้มีความสุขกับการถูกยอมรับรักจากฉันเสียที
อีกทั้งฉันยังจะได้เห็นความสุขที่เปล่งประกายออกมาจากแววตาของเขา
ในยามที่ได้คุยกับลูกชายของเขาอยู่เสมอเท่าที่ฉันต้องการอีกด้วย
หมายความว่า..ต่อไปนี้ แม้เขาจะไม่ถูกใจฉันอย่างไร.. ฉันก็จะยังอยู่กับเขา
โดยไม่จากไปไหนน่ะค่ะ ฉันจะเข้าใจ.. และทำใจยอมรับทุกสิ่ง เพื่อแลกกับ
ความสุขของเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาคนหนึ่ง ..เพื่อแลกกับรอยยิ้มและ
เสียงหัวเราะของพวกเขา
ฉันจะร่วมทางกับพวกเขาตลอดไป เขาทั้งคู่จะยังมีฉันอยู่เสมอ..ด้วยความรักค่ะ
~นี่คือบันทึกขณะอายุ 32 [ว่าฉันคิดแบบนี้ค่ะ]~
ปล.ไม่แน่ว่าในอนาคต นิยามความรักของฉัน
อาจเปลี่ยนไปอีกก็ได้นะคะ ให้เวลาพิสูจน์ก็แล้วกัน
"..ไม่รักก็ต้องรัก
.."

